2009/Jul/16

ไม่ได้เข้า exteen มานานมากๆๆๆๆแล้ว ตั้งแต่ตอนนั้นที่โดนแฟนทิ้ง hurt มาก ไม่มีกะจิตกะใจจะเขียนอะไรทั้งนั้น วันนี้กลับมาอ่าน  entry เก่าๆเล่นก็พบว่า%

2007/Jun/01

Dear Guests Due to the slow speed of the internet from US, it takes me too long to enter the site and edit any thing in this blog. And for the most important reason, someone very dear to me decided to start her life over... without me. I'm badly wounded now and loosing my will to write any more good thing (well... this is not a very popular blog anyway). So, I might or might not come back here again, anyway, thank you so much for every comments and visits. it's closing time... cheers...

2007/Apr/22

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เริ่มเขียนตอน 1 จนได้ ด้วยความยากลำบากเพราะ keyboard ไม่มีตัวภาษาไทย - -"ที่จริงที่นี่ก็มี sticker คีย์ไทยขายที่ร้านดอกหญ้า แต่แผ่นละ 10 USD ... ฝันไปเถอะ .\"/.

ผมนึกอะไรได้ก็จะเล่าไปละกันครับ เรียงลำดับไม่ค่อยถูก เริ่มเลยละกัน...

"ค่าโง่"

ผมมาถึงที่นี่ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. ก่อนเปิดเรียน 2 วัน มาแบบไม่รู้อะไรเลยกับเพื่อนชื่อเลี้ยงแค่ 2 คน ไม่มีญาติ ไม่ได้ติดต่อใครทางนี้ หิ้วกระเป๋ามาคนละใบ กะว่าง่ายๆเหมือนไปต่างจังหวัด ปรากฏว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น USA เป็นประเทศของคนที่ทำการบ้านมาดีๆครับ ถ้ามาชุ่ยๆน่ะเหรอ ... ... มามะ มาเสียค่าโง่ซะดีๆ -_-

ตอนแรกไปพักอยู่ Santa Monica เมืองชายทะเลทาง ตต. ของ LA ตามการจัดการของ agency จัดหา homestay เพราะใกล้ รร. ย่านคนอเมริกันมีตังค์ สภาพแวดล้อมนี่เกรด A เลยเจอค่าที่พักไปคนละ 750 USD ต่อเดือน กินข้าวก็ไม่มีร้านถูกๆ ง่ายสุดก็ McDonald มื้อละไม่ต่ำกว่า 6 USD ซื้อของก็ Wallgreen ไม่ก็ Whole Foods บัตรโทรศัพท์ไว้โทรกลับบ้านก็ 10 USD ได้ 100 นาที บวกค่าอื่นๆจิปาถะ สรุปแล้วเดือนนึง 1200 USD ขึ้นไปถึงจะเอาอยู่ >.<

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอหลังจากเดือนแรก อยากย้ายที่อยู่มาเช่ากันสองคน ตอนแรกก็ยังหาแถวที่เดิมอยู่ แต่หาไม่ได้ ไปๆมาๆก็เลยหาลึกเข้ามาใน LA มากขึ้นเรื่อยๆ มาได้บ้านป้าคนไทยที่เป็น citizen ที่นี่ แกให้คนไทยแชร์กันอยู่ได้ ก็เลยมาอยู่ 3 คน แชร์กับพี่ผู้หญิงคนไทยอีกคนนึง ย่านนี้เกรดไม่ดีเท่าที่เดิม แต่ก็ไม่อันตราย

ตอนนี้ค่าเช่าบ้านเหลือ 375 ต่อเดือน ค่ารถ 50 กว่าๆ กินข้าวก็พี่เขาทำกับข้าว แล้วช่วยกันจ่ายค่าของ ยังไงก็ไม่เกิน 200 บัตรโทรศัพท์ซื้อของ บ. คนไทย ใช้โทรกลับเมืองไทยโดยเฉพาะใบละ 5 USD ได้ 500 นาที บวกค่าอื่นๆแล้ว สรุปค่าใช้จ่ายเดือนๆนึง 800 ก็ไหว เกินยังไงก็ไม่ถึง 900นี่ผมรวมค่ารายเดือนของจัดฟันอีก 120 แล้วด้วยนะ^_^

แต่ก็ยังไม่วายโดนค่าโง่อีกจนได้ ... ผมกับเลี้ยงซื้อ power converter มาตัวนึง จากร้าน Radioshack จะเอามาใช้กับ PS2 ที่เอามาจากเมืองไทย อยากเล่นเกมแต่ไม่รู้ว่าแถวบ้านจะไปหาซื้อได้ที่ไหนอีก เดินดูหลายร้านแล้วไม่มี เคยเห็นในหนังมันพูดถึง Radioshack คิดว่ามันคงมีพวกเครื่องไฟฟ้าเยอะ ก็เลยตัดใจ เอาวะ 40 USD คนละ 20 ละกัน ...ใช้ได้อาทิตย์เดียว ... เจ๊ง !?!?กลิ่นไหม้ขี้นด้วย เลยเอากลับไปร้านมัน ไอ้คนขายพูดหน้าตาย"ไม่รับเปลี่ยน เปลี่ยนให้กรณีเดียวคือซื้อไปแล้วไม่ work" ... ... แม่ง !!! คนละ 700 กว่าบาท ใช้อาทิตย์เดียว !?!? ... อยากเอา converter ขว้างกบาลมันสุดๆ .\"/.

แถมที่เจ็บกว่านั้นคือ อาทิตย์ถัดมามีคนแนะนำ web ของร้าน Frys ให้ บอกว่าเครื่องไฟฟ้าที่นี่ถูก ก็เลยลองเข้าไปดู เจอ converter แบบที่จะใช้นี่แหละ ขายตัวละ 7 USD ... 7 USD เท่านั้น ค่าส่งอีก 3 USD!!! ไอ้... ไอ้... วินาทีนั้นด่าไม่ออก ไม่สามารถคิดภาษามนุษย์ที่หยาบพอจะด่าได้ ... Radiofuck ... กูจะไม่เฉียดร้านมึงอีกแล้วชาตินี้ !!!

ผมอยากจะบอกใครก็ตามที่คิดจะเรียนเมืองนอก โดยเฉพาะ USA ว่า การหาข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมากๆครับ ที่นี่ของแพงมันไม่ได้แพงกว่ากันบาทสองบาทนะ มันซัดกันเป็นหลายหรือหลายสิบ USD หรือบางทีเล่นกันเป็นหลายเท่า โดนไปทีเล่นเอาหลอนไปเลยครับ ไม่ว่าจะซื้อของ เช่าบ้าน ดูหนัง หรืออะไรก็ตาม

หลังๆนี่เจอเพื่อนของน้าทำร้านอาหารไทยอยู่ที่นี่ (ร้านรสแซบ อยู่ ถ. Hollywood ตัด Kingsleyใครมาเที่ยว LA อย่าลืมไปอุดหนุนนะคร้าบ^^) แนะนำอะไรให้เยอะ ชีวิตกะเหรี่ยงทั้งสองเลยดีขึ้นหลายขุม

แต่ก็ยังไม่วายโดนไปอีก 1 โง่... วันนั้นไป Mann Chinese Theater ที่ Hollywood ไปดู "300" ค่าตั๋ว 11 USD แพงกว่าที่อื่น แต่โรงอย่างดี เลยหยวน ก็เดินเล่นใช้มือถือถ่ายรูปอะไรไปเรื่อยเปื่อย ถึงหน้าโรงมีฝรั่ง 2 คนแต่งตัวเป็นโยดากับชิวแบคก้าเดินเข้ามาตีซี้ บอกถ่ายรูปกันๆ ... ก็ไม่ได้คิดอะไร นึกว่าพวกแต่ง cosplay แบบที่เห็นคนแต่งเป็น Jack Sparrow ในข่าววันก่อน เลยถ่ายไปคนละรูป พอถ่ายเสร็จ ... "You should tip, man. At least a buck, each." ... ... โดนอีกแล้วกู !?!? แม่งมุขเดียวกะชาวเขาบ้านเราเลยนี่หว่าเอาไปเล่าให้เพื่อนน้าฟัง แกหัวเราะก๊ากเลย งานนี้ทีใครทีมันถ้าไอ้ 2ตัวนี้ไปเมืองไทยนะ จะแช่งให้มันไปโดนชาวเขา rip ซัก 200...

... ใครมาอเมริกา เจอแน่ๆครับ ค่าโง่ มันเป็นค่าผ่านประตูเข้าสังคมอเมริกัน - -" ...

"Social Security Number"

ประเทศนี้มันประหลาดอยู่อย่าง มีเงินไม่ใช่ว่าจะซื้อของได้เสมอไปนะครับ ต้องมี credit ด้วย และไม่ว่าจะทำอะไรที่เกี่ยวกับการที่มันต้องเช็ค credit เราเนี่ย เป็นต้องวนไปลงที่ Social Security Number ตลอด

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ เลขนี้มันก็คือหมายเลขประกันสังคมของคนที่นี่นั่นเองครับ ถ้าเรามีงานทำถูกต้องตามกฎหมายก็จะถูกหักภาษีแล้วจะได้เลขตัวนี้มา แต่ถ้าเป็นนักเรียน ไม่มีสิทธิ์ทำงานตาม กม. ก็ไม่มีเลขนี้

ก่อนหน้านี้ไอ้เลขบ้านี่มันเป็นมารชีวิตกะเหรี่ยงอย่างพวกผมมากๆ ตอนแรกจะหาที่อยู่แถว Santa Monica แต่หาไม่ได้ ไม่ใช่ไม่มีให้เช่าหรือไม่มีปัญญาจ่ายนะครับ แต่บ้านเช่าหรือ apartment มันให้ บ. นายหน้าเช็ค credit ผู้เช่าให้ ทีนี้พอไม่มีเลข SSN มันก็ทำ credit check ไม่ได้ ก็เลยอดเช่าไปตามระเบียบ แถมพอจะสั่งซื้อคอมจาก Dell ก็ดันไม่มี debit หรือ credit card ของที่นี่ซะอีก (บัตรที่เป็นของเมืองไทยใช้ไม่ได้นะครับ เพราะ billing address เมืองไทยมันส่ง bill ให้ไม่ได้ หลายๆเว็บมันเลยไม่รับ)แล้วพอจะไปทำ debit card กับ bank ที่เอาเงินเข้าไว้ มันก็ถามว่า "มี SSN มั้ยครับ?" ... ...

...ตกลง กูมาเรียนเนี่ย ไม่ให้ซื้อของ ไม่ให้เช่าบ้าน ใช่มั้ยครับ เรียนอย่างเดียว แล้วไสหัวกลับไป ...เหรอ ?

ตอนแรกที่ยังไม่เจอเพื่อนน้าเป็นที่ปรึกษาให้นี่เซ็งชีวิตมาก ว่าจะชวนเลี้ยงซื้อมีดทำครัวแล้วไปปล้น Social Security Office เอาเลข SSN กัน แต่พอได้บ้านป้า คนไทยด้วยกัน คุยกันง่าย เพื่อนน้าช่วยเอาบัตรตัวเองสั่งคอมให้ แล้วก็แนะนำให้เปลี่ยนไป bank ที่มันอยากคบกะเหรี่ยงมากกว่านี้อย่าง Bank of America ตอนนี้เลยหายเครียดแล้วครับ มี debit card แล้วด้วย เลยซื้อของทาง net ได้ซะที ^_^

ส่วนใบขับขี่ ถ้าเป็น นร. ไปที่ Department of Motor Vehicles (DMV) แล้วบอกว่า เป็น นร. ไม่มี SSN เขาก็จะให้ทำได้ครับ หรือถ้ามีงานที่เป็น On-campus job ให้ทำใน รร. ก็จะเป็นทางเดียวที่เราจะได้เลข SSN มาระหว่างที่ยังเรียนอยู่ครับ

... ตราบใดที่ยังอยู่บ้านนี้ได้ ก็ไม่ง้อแล้วโว้ย SSN ไปไหนก็ไป๊ ชิ่วๆ 555 ...

Tips & Tricks : จำไว้นะครับ ใครจะมาอเมริกา ชื่อเหล่านี้ที่ควรรู้จักไว้

Best Buy, Frys - เครื่องไฟฟ้า /Food 4 Less - อาหาร / Rite Aid - ยา / Target - ของใช้ทั่วไป /

Home Depot - ของใช้ในบ้าน,hardware tools/

และสุดท้าย Costco - ทุกอย่างถูกมีของหลายอย่างเหมือน Macro บ้านเรานั่นแหละครับ เทียบกับห้างอื่นแล้วถูกกว่าเยอะมาก

ส่วนธนาคารนี่ที่ให้ debit นร. ง่ายๆก็Bank of America กับ Well's Fargo ครับ แต่ BOA ดูจะดีกว่าเข้าไปอีก เพราะฝากเงิน 3 เดือนขึ้นไปเขาให้ credit card ด้วย

... หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะครับ ถ้าใครไม่ได้คิดจะมาก็อ่านเล่นๆละกันครับ ส่วนใครอยากรู้อะไรก็ฝากคำถามไว้ได้นะ จะพยายาม update ให้ครับ ^^ ...



((เต้)) Thandon Soatthiamroong
View full profile